หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศ ทำ CL (Compulsory License) หรือมาตรการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรกับยา 3 ตัว ได้แก่ยาเอฟาไวเรนซ์ ( Efavirenz) คาเล็ตตา (Kaletra) ยาสูตรผสมระหว่างโลพินาเวียร์กับริโทนาเวียร์ (Lopinavir+Ritonavir) ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสเอชไอวี และยาโคลพิโดเกรล Clopidogrel ซึ่งเป็นยาที่ใช้สลายลิ่มเลือดในหัวใจ สังคมก็เริ่มคุ้นหูและอยากทำความรู้จักกับคำว่า CL มากขึ้น |
| |
• CL คืออะไร
|
CL ย่อมาจาก Compulsory Licensing หรือมาตรการใช้สิทธิตามสิทธิบัตร ซึ่งเป็นมาตราหนึ่งใน
พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 และเป็นไปตามปฏิญญาโดฮา (Doha Declaration on Trips and Public Health) ตามข้อตกลงทริปส์ ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) ที่ให้อำนาจแก่รัฐบาลประเทศสมาชิก ในการผลิตหรือนำเข้า ผลิตภัณฑ์ยาที่ติดสิทธิบัตรได้ หากเกิดความจำเป็นเร่งด่วน หรือเกิดวิกฤติด้านสาธารณสุขขึ้นในประเทศ
|
|
| • ทำไมต้องมี CL |
กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศได้ให้ความคุ้มครองผู้ที่ได้ประดิษฐ์คิดค้นหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีคุณค่าทางอุตสาหกรรม และนำไปใช้ได้ในเชิงพาณิชย์ โดยการออกสิทธิบัตรเพื่อให้สิทธิผูกขาดแก่ผู้ประดิษฐ์คิดค้นหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ ใหม่ๆ นั้นในการผลิต จำหน่าย หรือใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ เป็นเวลา ๒๐ ปีนับแต่วันยื่นจดสิทธิบัตร อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาจะมีขึ้นเพื่อคุ้มครองเจ้าของสิทธิบัตร และทำให้เกิดแรงจูงใจ ในการประดิษฐ์คิดค้น พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ด้วยการให้สิทธิผูกขาดถึง ๒๐ ปี เพื่อให้ผู้ที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้นๆ มีเวลาแสวงหาประโยชน์จากสิ่งประดิษฐ์หรือผลิตภัณฑ์นั้นๆ โดยไร้คู่แข่ง แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าสินค้าที่ถูกผูกขาดนั้นมี “ผลิตภัณฑ์ยา” รวมอยู่ด้วย การมียายี่ห้อเดียวจำหน่ายในท้องตลาด ทำให้ผู้ขายสามารถตั้งราคาไว้เท่าใดก็ได้ เพราะถึงอย่างไรผู้ที่จำเป็นต้องใช้ยาชนิดนั้นๆ ก็ไม่มีทางเลือกอื่น นี่จึงเป็นสาเหตุของยาราคาแพงทำให้คนจำนวนมาก ที่จำเป็นต้องใช้ยาไม่สามารถเข้าถึงยาได้จนเกิดการเจ็บป่วยและเสียชีวิต ส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม |
|
ด้วยเหตุนี้ ในการประชุมสมาชิกองค์การการค้าโลกที่กรุงโดฮา จึงได้ผ่อนปรนเงื่อนไขดังกล่าวด้วยการประกาศปฏิญญาโดฮา ภายใต้ข้อตกลงทริปส์ ที่ให้อำนาจแก่รัฐบาลประเทศสมาชิก ในการผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาที่ติดสิทธิบัตรได้ หากเกิดความจำเป็นเร่งด่วน หรือเกิดวิกฤติด้านสาธารณสุขขึ้นในประเทศ โดยจะต้องแจ้งและจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้ทรงสิทธิบัตรด้วย จึงกล่าวได้ว่า มาตรการใช้สิทธิตามสิทธิบัตริหรือการประกาศทำ CL จึงเป็นทางออกของปัญหาการเข้าไม่ถึงยาราคาแพงเพราะติดสิทธิบัตร |
| |
| • เงื่อนไขในการทำ CL |
เงื่อนไขประการสุดท้ายคือ หากรัฐประกาศทำ CL จะต้องแจ้งแก่ผู้ทรงสิทธิให้ทราบโดยไม่ชักช้า และต้องจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้ทรงสิทธิตั้งแต่ร้อยละ 0.5-2 ของมูลค่าการจำหน่ายยาที่ได้ใช้สิทธิโดยรัฐ จะเห็นว่า การจะประกาศทำ CL กับยาชนิดใดชนิดหนึ่งได้นั้นต้องมีกระบวนการ มีขั้นตอน และที่สำคัญ จะต้องเกิดความจำเป็นด้านสาธารณสุข มิเช่นนั้นรัฐก็จะไม่สามารถประกาศมาตรการนี้ได้ |