กลับหน้าแรก
คำถามเกี่ยวกับ CL สถานการณ์ CL ทั่วโลก
เกี่ยวกับพวกเรา บทความเกี่ยวกับ CL
ติดต่อเรา ข้อมูลเกี่ยวกับ CL
นโยบายเกี่ยวกับ CL ของไทย กิจกรรมรณรงค์เกี่ยวกับ CL
ดาวน์โหลดสื่อต่างๆ เกี่ยวกับ CL
เว็บบอร์ด CL

เพราะชีวิตคนไม่ใช่สินค้า สิทธิบัตรยาต้องไม่ผูกขาด

 

     
     
 
ประณามทูตสหรัฐฯ ขวางไทยทำ CL
 

เครือข่ายภาคประชาชนไทย ผนึกเอ็นจีโอระหว่างประเทศ ประณามประธานคณะกรรมาธิการการค้าสหภาพยุโรป และทูตสหรัฐฯ ขวางการทำซีแอล พร้อมดักคอ "สุรยุทธ์" ไม่มีสิทธิไปรับปากว่าไทยจะไม่ทำซีแอลอีก

22 ส.ค. 50 / เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ประเทศไทย, เครือข่ายเพื่อนมะเร็ง, มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, องค์การหมอไร้พรมแดนและอ๊อกแฟม ได้ร่วมกันแถลงข่าวประณาม นายปีเตอร์ แมนเดลสัน ประธานคณะกรรมาธิการการค้า สหภาพยุโรป และ นายราล์ฟ บอยซ์ เอกอัครราชฑูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย กรณีส่งจดหมายแทรกแซงการประกาศมาตรการบังคับใช้สิทธิหรือซีแอลของไทย

ราล์ฟ บอยซ
นายวิรัตน์ ภู่ระหงษ์ ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีฯ กล่าวว่าเครื่อข่ายผูติดเชื้อฯเดินหน้าสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขไทยในการทำซีแอลกับยาจำเป็นที่ต้องใช้รักษาชีวิตคนไทย เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการรักษาและยาราคาถูกได้อย่างทั่วถึง และยั่งยืนไม่ว่าจะได้รับแรงกดดัน คัดค้านจากกลุ่มประเทศมหาอำนาจหรือบรรษัทยา "เรายืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขได้เดินมาถูกทางแล้วและต้องเดินหน้าต่อไป" นายวิรัตน์ยังกล่าวอีกว่า "การทำซีแอลครั้งนี้ไม่ได้ทำเฉพาะยาสำหรับผู้ติดเชื้อเท่านั้น แต่รวมถึงยารักษาโรคเรื้อรังอื่นๆด้วย เฉพาะในส่วนของผู้ติดเชื้อเอชไอวี การทำซีแอลที่ผ่านมาทำให้สิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพในเรื่องเอดส์มีคุณภาพดีขึ้น ครอบคลุมมากขึ้น เช่นการได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสในกระแสเลือดเพื่อเป็นการประเมินผลการรักษาทางการแพทย์ รวมทั้งการได้รับยาต้านไวรัสที่ครอบคลุมสูตรดื้อยามากขึ้น"

ด้าน นางสาวนาฏธิชา ชั้วทอง กลุ่มเพื่อนมะเร็งกล่าวว่า ขณะนี้ผู้ป่วยมะเร็งต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เราเชื่อว่าการทำมาตรการบังคับใช้สิทธิหรือซีแอลจะช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น สามารถยืดชีวิตผู้ป่วยได้โดยไม่ต้องมีใครต้องล้มละลาย ดังนั้นขอเป็นกำลังใจให้กับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการผลักดันต่อไป เพื่อให้คนไทยเข้าถึงยาโดยไม่ต้องกลัวแรงกดดันของประเทศมหาอำนาจ"

ปีเตอร์ แมนเดลสัน
รศ.ดร.จิราพร ลิ้มปานานนท์ ประธานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ในนามของมูลนิธิฯ ไม่เห็นด้วยกับจดหมายของประธานกรรมาธิการการค้าของสหภาพยุโรปและทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย เพราะเห็นการก้าวก่ายนโยบายภายในประเทศ เรือ่งซีแอลที่ต้องการขยายากรเข้าถึงยาและการรักษาทั้งๆที่นโยบายนี้ สอดคล้องกับกฏหมายภายในของประเทศไทยและข้อตกลงระหว่างประเทศเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา

"ทูตราล์ฟ บอยซ์ ได้สื่อสารต่อสังคมไทยว่า สหรัฐฯมิได้ขัดขวางการใช้ซีแอลของไทยและท่านเองก็คงรู้จักสำนวนไทยที่ว่า ปากว่าตาขยิบเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นรูสึกผิดหวังที่ท่านกระทำในสิ่งที่สังคมไทยรังเกียจ โดยมีจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีในเชิงปรามการทำซีแอลโดยส่วนตัวยังเชื่อว่า นายกฯสุรยุทธ์ คงมิได้รับปากกับท่านทูตอเมริกันว่าจะไม่ทำซีแอลอีก เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับท่านสุรยุทธ์ได้ยกเอกราชของไทยให้กับสหรัฐฯ ทั้งๆที่การใช้ซีแอลเป็นเอกสิทธิของทุกประเทศ"

นางลาวัลย์ สาโรวาท
องค์การหมอไร้พรมแดนกล่าวว่า องค์การสนับสนุนการใช้ซีแอลเพื่อให้คนได้เข้าถึงยา ในฐานะองค์กรระหว่างประเทศที่อยู่ในสหภาพยุโรป องค์การหมอไร้พรมแดนเห็นควรว่า นายปีเตอร์ แมนเดลสัน ควรปฏิบัติตามมติสภายุโรปเรื่องความตกลงทริปส์และการเข้าถึงยา เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2550 ที่ระบุว่า "ให้สหภาพยุโรปสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาที่ใช้มาตรการยืดหยุ่นที่มีบรรจุไว้ในความตกลงทริปส์และได้รับการรับรองในปฎิญญาโดฮา ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศจัดหายาจำเป็นราคาถูกไว้ให้บริการตามโครงการด้านสาธารณสุขที่มีในประเทศได้"

ด้าน นางเยาวลักษณ์ เธียรเชาว์ ผู้จัดการโครงการอ๊อกแฟมประเทศไทย กล่าวว่าอ๊อกแฟมมีจุดยืนในการสนับสนุนการใช้มาตรการยืดหย่นในข้อตกลงการค้าที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา หรือทริปส์ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา "การประกาศใช้สิทธิของไทยไม่ได้ละเมิดข้อตกลงนี้ อ๊อกแฟมมีความเห็นว่าข้อมติของสภายุโรปก็สนับสนุนให้ประเทศกำลังพัฒนาใช้มาตรการยืดหยุ่นในข้อตกลงทริปส์เพื่อการเข้าถึงยา และขณะนี้ยังมีความจำเป็นในการเข้าถึงยาของผู้ป่วยโรคอื่นๆไม่เฉพาะผู้ติดเชื้อเอชไอวีเท่านั้น ที่ผ่านมามาตรการบังคับใช้สิทธิทำให้เห็นแล้วว่า สามารถทำให้เข้าถึงการรักษาและทำให้อัตราการตายลดลงมาก ดังนั้นเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงยาได้มากขึ้น และอ๊อกแฟมเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการการค้าสหภาพยุโรปเลิกกดดันประทศ"
 

 

แหล่งข่าวโดย…มูลนิธิเข้าถึงเอดส์
 
กลับหน้าแรก CL MOVEMENT