กลับหน้าแรก
คำถามเกี่ยวกับ CL สถานการณ์ CL ทั่วโลก
เกี่ยวกับพวกเรา บทความเกี่ยวกับ CL
ติดต่อเรา ข้อมูลเกี่ยวกับ CL
นโยบายเกี่ยวกับ CL ของไทย กิจกรรมรณรงค์เกี่ยวกับ CL
ดาวน์โหลดสื่อต่างๆ เกี่ยวกับ CL
เว็บบอร์ด CL

เพราะชีวิตคนไม่ใช่สินค้า สิทธิบัตรยาต้องไม่ผูกขาด

 

     
     
 
เตรียมขึ้นทะเบียนยาอลูเวียร์ภายใน ก.ย. นี
 
จากกรณีที่บริษัท ซาโนฟี่-ซินเธลาโบ ผู้ผลิตยาโรคเส้นเลือดอุดตันหัวใจ "โคลฟิโดเกรล" หรือชื่อทางการค้าว่า พลาวิกซ์ มอบอำนาจให้ผู้แทนทางกฎหมายทำหนังสือถึงบริษัท เอ็มเคียว ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นบริษัทที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตกลงซื้อยาสามัญแทนยาโคลฟิโดเกรลในราคาเพียงเม็ดละ 1 บาท 1 สตางค์ โดยหนังสือได้กล่าวหาประเทศไทยว่า ไม่ได้ประกาศใช้สิทธิตามซีแอลในยาดังกล่าว และหากบริษัทเอ็มเคียวผลิตและจำหน่ายจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดี

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.วิชัย โชควิวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิระดับ 11 และในฐานะประธานคณะกรรมการสนับสนุนการดำเนินงานเกี่ยวกับการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรโดยรัฐ และในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารองค์การเภสัชกรรม กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ในวันนี้ตนได้มีหนังสือตอบถึงบริษัท ไบโอซายด์ ซึ่งเป็นผู้แทนในการนำเข้ายาโคลพิโดเกรล ในประเทศไทย โดยได้ชี้แจงใน 2 ประเด็น คือ 1.สธ.ยืนยันว่าการสั่งซื้อยาโคลพิโดเกรล จำนวน 2 ล้านเม็ดแรกนั่น ถือว่า สธ.ดำเนินการถูกต้องทุกประการ เพราะได้มีการประกาศใช้สิทธิซีแอลของยาโคลพิโดเกรลไปเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2550 โดยปลัด สธ.เป็นผู้ลงนาม ซึ่งเป็นยาตัวที่ 3 ที่ สธ.ประกาศซีแอล ประกอบกับได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ดำเนินการใช้สิทธิดังกล่าว ซึ่ง สธ.มีหลักฐานยืนยันชัดเจน ถูกต้องตามบทบัญญัติในมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 และพระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542
วิชัย โชควิวัฒน

นพ.วิชัยกล่าวว่า ประเด็นที่ 2 กรณีที่มีการสั่งซื้อยา สธ. จะมีการลงนามจัดซื้อกับบริษัท เอ็มเคียว ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตยาโดยตรง โดยที่บริษัท ไบโอซายด์ จะทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ประสานงานในการส่งของเท่านั้น แต่จะไม่มีการทำนิติกรรมร่วมกัน ซึ่งมีผลต่อบริษัท ซาโนฟี่ฯ ไม่สามารถฟ้องร้องได้ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม

"เป็นธรรมดาที่บริษัทยาเล็กๆ เมื่อถูกบริษัทยายักษ์ใหญ่โจมตีก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา และยิ่งเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ซาโนฟี่ฯ เพิ่งชนะคดีเรื่องการละเมิดสิทธิบัตรยาโคลพิโดเกรล สูตร 1 ในสหรัฐอเมริกาเองด้วย โดยได้ฟ้องร้องบริษัท Apotex ที่นำเข้ายาโคลพิโดเกรล สูตร 1 จากประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นตัวยาที่ไม่เคยมีการประกาศซีแอลมาก่อน ก็อาจจะทำให้เขามั่นใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นคนละประเด็นกับประเทศไทยและไม่มีผลเกี่ยวข้องกัน และไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม บริษัท ซาโนฟี่ฯ ก็ไม่สามารถฟ้องร้องกับ สธ. และบริษัทยาในอินเดียได้ เพราะไทยได้ประกาศซีแอลอย่างชัดเจน" นพ.วิชัยกล่าว

นพ.วิชัยกล่าวว่า โดยขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนทั้งยาโคลพิโดเกรล และยาต้านไวรัสเอดส์โลพินาเวียร์กับริโทนาเวียร์ (Lopinavir/Ritonavir) ชนิดเม็ด ชื่อการค้าอลูเวีย โดยได้ตัดสินใจสั่งซื้อยาจากประเทศอินเดียเช่นเดียวกัน โดยคาดว่าภายใน 1-2 เดือนนี้จะสามารถสั่งซื้อและส่งมอบยาได้สำเร็จ นอกจากนี้ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ยังได้สั่งซื้อยาต้านไวรัสเอดส์ เอฟฟาไวเรนซ์ (Efavirenz) จากบริษัทแรนบาซี Ranbaxy ล็อตที่ 2 เพิ่มอีก 100,000 ขวด โดยได้ราคาที่ถูกลงจากเดิม ขวดละ 540 บาท เหลือเพียงขวดละ 500 บาทเท่านั้น
 

 

แหล่งข่าวโดย... น.ส.พ.มติชน 4 ก.ย. 2550
 
กลับหน้าแรก CL MOVEMENT