นพ.วิชัยกล่าวว่า ประเด็นที่ 2 กรณีที่มีการสั่งซื้อยา สธ. จะมีการลงนามจัดซื้อกับบริษัท เอ็มเคียว ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตยาโดยตรง โดยที่บริษัท ไบโอซายด์ จะทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ประสานงานในการส่งของเท่านั้น แต่จะไม่มีการทำนิติกรรมร่วมกัน ซึ่งมีผลต่อบริษัท ซาโนฟี่ฯ ไม่สามารถฟ้องร้องได้ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม
"เป็นธรรมดาที่บริษัทยาเล็กๆ เมื่อถูกบริษัทยายักษ์ใหญ่โจมตีก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา และยิ่งเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ซาโนฟี่ฯ เพิ่งชนะคดีเรื่องการละเมิดสิทธิบัตรยาโคลพิโดเกรล สูตร 1 ในสหรัฐอเมริกาเองด้วย โดยได้ฟ้องร้องบริษัท Apotex ที่นำเข้ายาโคลพิโดเกรล สูตร 1 จากประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นตัวยาที่ไม่เคยมีการประกาศซีแอลมาก่อน ก็อาจจะทำให้เขามั่นใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นคนละประเด็นกับประเทศไทยและไม่มีผลเกี่ยวข้องกัน และไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม บริษัท ซาโนฟี่ฯ ก็ไม่สามารถฟ้องร้องกับ สธ. และบริษัทยาในอินเดียได้ เพราะไทยได้ประกาศซีแอลอย่างชัดเจน" นพ.วิชัยกล่าว
นพ.วิชัยกล่าวว่า โดยขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนทั้งยาโคลพิโดเกรล และยาต้านไวรัสเอดส์โลพินาเวียร์กับริโทนาเวียร์ (Lopinavir/Ritonavir) ชนิดเม็ด ชื่อการค้าอลูเวีย โดยได้ตัดสินใจสั่งซื้อยาจากประเทศอินเดียเช่นเดียวกัน โดยคาดว่าภายใน 1-2 เดือนนี้จะสามารถสั่งซื้อและส่งมอบยาได้สำเร็จ นอกจากนี้ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ยังได้สั่งซื้อยาต้านไวรัสเอดส์ เอฟฟาไวเรนซ์ (Efavirenz) จากบริษัทแรนบาซี Ranbaxy ล็อตที่ 2 เพิ่มอีก 100,000 ขวด โดยได้ราคาที่ถูกลงจากเดิม ขวดละ 540 บาท เหลือเพียงขวดละ 500 บาทเท่านั้น
|