กลับหน้าแรก
คำถามเกี่ยวกับ CL สถานการณ์ CL ทั่วโลก
เกี่ยวกับพวกเรา บทความเกี่ยวกับ CL
ติดต่อเรา ข้อมูลเกี่ยวกับ CL
นโยบายเกี่ยวกับ CL ของไทย กิจกรรมรณรงค์เกี่ยวกับ CL
ดาวน์โหลดสื่อต่างๆ เกี่ยวกับ CL
เว็บบอร์ด CL

เพราะชีวิตคนไม่ใช่สินค้า สิทธิบัตรยาต้องไม่ผูกขาด

 

     
     
 
Act Up-Paris ฉะประธานกมธ.อียู แทรกแซงกิจการไทย
 

 

 


กรุงบรัสเซลส์ 3 กันยายน 2550

 
ขอบคุณสำหรับจดหมายท่านฉบับลงวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งยกประเด็นการเข้าถึงยาและมาตรการบังคับใช้สิทธิกับสิทธิบัตรยา

ก่อนอื่น ข้าพเจ้าใคร่ขอเน้นย้ำให้ท่านทราบว่า คณะกรรมาธิการยุโรปนั้น ยังคงให้การสนับสนุนปฏิญญาโดฮา ว่าด้วยความตกลงทริปส์และการสาธารณสุข (ซึ่งคณะกรรมาธิการได้มีส่วนในการจัดตั้ง) และรับรองสิทธิของประเทศภาคีสมาชิกองค์การการค้าโลก ในการประกาศใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิ

คณะกรรมาธิการยุโรปให้ความสำคัญยิ่งต่อประเด็นสิทธิบัตรอันเกี่ยวข้องกับยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงส่งเสริมให้มีการแก้ไขความตกลงทริปส์เพื่ออนุญาตให้มีการประกาศใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิเพื่อส่งออกยาไปยังประเทศที่ด้อยพัฒนาที่สุดและประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งการแก้ไขดังกล่าวนี้อยู่ในระหว่างรออนุมัติจากสภายุโรป ทั้งนี้คณะกรรมาธิการยุโรปยังได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าให้ความเคารพอย่างยิ่งต่อสิทธิของประเทศที่ด้อยพัฒนาที่สุดที่จะไม่ต้องปฎิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิบัตรยาภายใต้ความตกลงทริปส์จนกว่าจะถึงวันที่ 1 มกราคม 2559

พึงทราบว่าปัญหาการเข้าถึงยาโดยเฉพาะในประเทศที่ยากจนที่สุดนั้น จำต้องอาศัยรูปแบบการจัดการที่หลากหลายทั้งในระดับชาติและระหว่างประเทศ และมาตรการบังคับใช้สิทธ ิก็เป็นเพียงมาตรการหนึ่งเท่านั้นในการจัดการดังกล่าว คณะกรรมาธิการยุโรปให้การสนับสนุนผ่านความช่วยเหลือทางเทคโนโลยี การพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตยาชื่อสามัญในประเทศยากจน และสำหรับการป้องกันและการดูแลการรักษาโรคเอดส์ มาลาเรีย และวัณโรคนั้น นับเป็นส่วนหนึ่งในวัตถุประสงค์ของโครงการริเริ่มพิเศษ ซึ่งมุ่งให้ความช่วยเหลือด้านงบประมาณเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาโรคภัยต่างๆ อันเกิดจากความยากจนในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา โดยในปี 2548-2549 ได้ใช้งบประมาณทั้งหมดรวมทั้งสิ้น 81.2 ล้านยูโร นอกจากนี้ยังให้ทุนสนับสนุนในโครงการเฉพาะด้านต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียและอัฟริกาด้วยเช่นกัน

สหภาพยุโรปเป็นผู้สนับสนุนด้านเงินทุนรายสำคัญในการทำวิจัยทางคลินิคด้านเวชภัณฑ์และสุขภาพ รวมถึงการวิจัยระบบสาธารณสุขและการเสริมสร้างศักยภาพของประเทศต่างๆ ในเขตทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาร่าในทวีปอัฟริกา โดยผ่านโครงการความร่วมมือเพื่อการทดลองทางคลินิคระหว่างประเทศในสหภาพยุโรปและประเทศกำลังพัฒนา (EDCTP)

ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินการตามโครงการพัฒนาของกองทุนสนับสนุนการวิจัยแห่งสหภาพยุโรปฉบับที่ 6 (FP6 – 2542-2545) คณะกรรมธิการยุโรปได้ทุ่มงบประมาณกว่า 455 ล้านยูโร เพื่อให้การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้านโรคภัยที่เกี่ยวข้องกับความยากจนเป็นการเฉพาะ ในช่วงเวลาเดียวกัน คณะกรรมาธิการยุโรปยังให้ทุนสนับสนุนเพิ่มอีก 78 ล้านยูโรเพื่อจัดตั้งความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านวิทยาศาสตร์ (INCO) สำหรับโครงการต่างๆ ครอบคลุมถึงโรคติดต่อที่ถูกละเลย การวิจัยระบบและนโยบายด้านการสาธารณสุขและอนามัยเจริญพันธุ์ ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปยึดถือเป็นความรับผิดชอบที่จะต้องดำเนินโครงการวิจัยและการสร้างสรรค์นวัตกรรมดังกล่าวนี้ให้บรรลุเป็นผลสำเร็จ โดยจะเดินหน้าต่อตามแผนพัฒนาของกองทุนสนับสนุนการวิจัยแห่งสหภาพยุโรปฉบับที่ 7 (FP7 - 2550-2556)

สำหรับความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจกับกลุ่มประเทศในแถบอัฟริกา แคริบเบียน และแปซิฟิก (ACP) และความตกลงทั้งในระดับทวิภาคีและระดับภูมิภาคที่จะมีขึ้นในอนาคตกับประเทศกำลังพัฒนา คณะกรรมาธิการยุโรปจะไม่เสนอและจะไม่มีการเสนอบทบัญญัติใดๆ อันอาจส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงยา หรือเป็นการบ่อนทำลายมาตรการยืดหยุ่น ในความตกลงทริปส์ดังมีบรรจุไว้ในปฎิญญาโดฮาว่าด้วยความตกลงทริปส์และการสาธารณสุข

แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ประเทศต่างๆ พึงพิจารณาให้ความสำคัญอย่างเหมาะสมเท่าเทียมกันระหว่างการสร้างแรงจูงใจในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการวิจัยและพัฒนา กับความจำเป็นในการทำให้ยาที่มีอยู่มีราคาถูกเพื่อให้เกิดการเข้าถึงยาให้ได้มากที่สุดโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาที่ยากจน ทั้งนี้เป็นที่ยอมรับแล้วว่า การให้ความคุ้มครองด้านสิทธิบัตรนั้นเป็นระบบที่ช่วยสร้างแรงจูงใจในการสร้างสรรค์นวัตกรรม การถ่ายทอดและการเผยแพร่เทคโนโลยี และการวิจัยและพัฒนายาใหม่ๆ ดังนั้นประเทศกำลังพัฒนาจึงควรให้ความคุ้มครองด้านสิทธิบัตรอย่างเหมาะสม เพื่อดึงดูดการลงทุนและพัฒนาศักยภาพในการผลิตของประเทศ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของประเทศกำลังพัฒนาเองเป็นสำคัญ
 
[ลงชื่อ]
ปีเตอร์ แมนเดลสัน
 
 

 

กลับหน้าแรก CL MOVEMENT