นพ.วิชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีความคืบหน้าเกี่ยวกับ “ยาอลูเวีย” ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี โดยทางกรมควบคุมโรคได้มีประกาศชัดเจนว่า ในการประกาศซีแอลยาคาเลตตราให้รวมถึงสูตรยาอลูเวีย ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่ นพ.มงคล ณ สงขลา รมว.สาธารณสุขได้มอบไว้ก่อนหน้านี้ ประกอบกับที่ผ่านมาได้มีการขึ้นทะเบียนยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่ประชุมจึงได้มอบให้ทางองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้ดำเนินการสั่งซื้อยาสามัญในสูตรนี้ โดยให้เพียงพอแก่ผู้ติดเชื้อที่จะเป็นต้องใช้ในช่วง 6 เดือนจากนี้ โดยทาง นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผอ.องค์การเภสัชกรรม แจ้งว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเจราจาต่อรองจัดซื้อกับบริษัทแมททริกซ์ แลบอราทิรีส์ พร้อให้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต เพื่อเป็นการพัฒนาการผลิตยาในอนาคต
สำหรับราคายาจัดซื้อนั้น เป็นไปตามข้อตกลงเดิม ที่ได้จัดทำร่วมกับทางมูลนิธิคลินตัน เมื่อครั้งที่ได้เดินทางไปชี้แจงการทำซีแอลที่สหรัฐอเมริกา และได้พบผู้บริหารบริษัทแมททริกซ์ฯ โดยราคาจัดซื้ออยู่ที่ 695 เหรียญต่อคนต่อปี ซึ่งคาดว่ายาที่จัดซื้อล๊อตแรกนี้ ภายในต้นเดือนธันวาคมนี้จะส่งมาถึงไทย
ด้าน นพ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า การเจราจากับทางบริษัทยาในยามะเร็งที่เหลืออีก 3 รายการนั้น ทางคณะกรรมการเจราจาต่อรองราคายาฯ จะนัดทั้ง 3 บริษัทมาต่อรองอีกครั้งกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ ตามที่ รมว.สาธารณสุขมอบนโยบายไว้ โดยในส่วนยาเล็ทโทรโซลนั้น ล่าสุดทางบริษัทยอมลดราคาลงแล้วร้อยละ 40 แต่ทาง รมว.สาธารณสุขเห็นว่า ราคาน่าจะลดลงได้อีก เช่นเดียวกับยาโดซีแท็กเซล และเออร์โลทินิบ อย่างไรก็ตามการเจราจาคาดว่าไม่เกินอีก 2 รอบ ซึ่งจะได้ข้อสรุปเพื่อนำเสนอ รมว.สาธารณสุขเพื่อตัดสินใจ สำหรับในส่วนของยาอิมาทินิบนั้น ขณะนี้ถือว่าได้ข้อยุติแล้ว ซึ่งจะแจ้งไปยังบริษัทโนวาตีสฯ เพื่อจัดทำร่างหนังสือสัญญา และเซ็นข้อตกลงร่วมกันต่อไป
ส่วนการเจราจาค่าตอบแทนสิทธิบัตรในยาที่ประกาศซีแอลนั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเจราจากับบริษัทใด เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทยาปฏิเสธที่จะเจราจาในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่ได้ดำเนินการในเรื่องยามะเร็งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางคณะกรรมการเจราจาต่อรองราคายาฯ จะเชิญบริษัทมาเจราจาตกลง ซึ่งตามกฎหมายแล้วจะต้องจ่ายค่าสิทธิบัตรที่ร้อยละ 0.5 ของมูลค่าการขายในตลาด ซึ่งหากบริษัทไม่พอใจสามารถเจราจาเพิ่มเติมได้ |