นายไชยา กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีหนังสือมาจากกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอให้กระทรวงสาธารณสุขทบทวนการประกาศใช้ซีแอล เพราะบริษัทยาได้ทำหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงพาณิชย์ว่า เตรียมจะประกาศให้ไทยเป็นประเทศที่ถูกจับตามองพิเศษทางการค้า (PWL) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การประกาศซีแอลของไทยอาจเป็นเรื่องถูกใจแต่ไม่ถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการสอบถามว่า เคยเห็นข้อมูลจากคณะกรรมการที่มีการพิจารณาเรื่องนี้ว่า มีขั้นตอนและกระบวนการอย่างไรหรือไม่ นายไชยา ก็ยอมรับว่า เคยเห็นเพียงตัวประกาศ โดยอ้างว่าต้องการให้คนไทยเข้าถึงยา แต่การประกาศแบบนี้เป็นเรื่องถูกใจแต่ไม่ถูกต้อง ยิ่งผลที่สะท้อนกลับมารุนแรงกว่าสิ่งที่เราได้รับ จึงอาจได้ไม่คุ้มกับเสีย จึงต้องทบทวน
พร้อมกันนี้ยังกล่าวอ้างด้วยว่า การประกาศซีแอลที่ผ่านมา มีการประกาศก่อนนำเรื่องเข้าสู่ ครม. และออกไปจากสำนักงานคณะรัฐมนตรี ไม่ได้ผ่านกระทรวง ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และขณะนี้กำลังจะตรวจสอบด้วยว่า การประกาศซีแอลครั้งล่าสุด ผ่าน ครม. หรือไม่ หรือเป็นเพียงวาระแจ้งให้ ครม. รับทราบหลังจากมีการประกาศไปแล้ว
เมื่อถามว่า การประกาศยกเลิกจะทำให้ประชาชนต้องแบกรับกับปัญหายาราคาแพงหรือไม่ นายไชยา ตอบว่า เรายังไม่ได้เรียกบริษัทยามาพูดคุย และประเทศเราก็เป็นประเทศที่ยังด้อยพัฒนา ต้องการความช่วยเหลือ จึงเชื่อว่า บริษัทยาก็พร้อมที่จะให้การช่วยเหลืออยู่แล้ว อย่างไรก็ดีจากการอ่านหนังสือที่บริษัทยาทำถึงกระทรวงพาณิชย์ ทำให้ทราบว่า กระบวนการทำซีแอลก่อนหน้านี้ ไม่มีการเรียกบริษัทยาไปเจรจาเพื่อให้ปรับลดราคามาก่อน ฉะนั้นจึงจะเรียกฝ่ายต่างๆ ทั้งผู้ผลิต กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ มาหารือ
“แต่ละฝ่ายมีมุมมองไม่เหมือนกัน จากนี้คงจะมีการเรียกทุกฝ่ายเข้ามาหารือกัน โดยเอากฎหมายมาเป็นที่ตั้ง ผลกระทบจากที่ประกาศออกไป กลัวว่าไปเจอประเทศมหาอำนาจจะเหนื่อย แต่ก็เชื่อว่า รัฐมนตรีท่านเดิมคงมองว่า ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงยา ซึ่งเป็นนโยบายที่ดี เมื่อทราบรายละเอียดทั้งหมดจะต้องสื่อ ตอบสาธารณะได้ว่าเพราะอะไร ระหว่างนี้หากตัวแทนจากบริษัทยาจะเข้าพบก็ยินดี” นายไชยากล่าว |