กลับหน้าแรก
คำถามเกี่ยวกับ CL สถานการณ์ CL ทั่วโลก
เกี่ยวกับพวกเรา บทความเกี่ยวกับ CL
ติดต่อเรา ข้อมูลเกี่ยวกับ CL
นโยบายเกี่ยวกับ CL ของไทย กิจกรรมรณรงค์เกี่ยวกับ CL
ดาวน์โหลดสื่อต่างๆ เกี่ยวกับ CL
เว็บบอร์ด CL

เพราะชีวิตคนไม่ใช่สินค้า สิทธิบัตรยาต้องไม่ผูกขาด

 

     
     
 
รมว.สธ.คนใหม่อ้าง CL "ถูกใจแต่ไม่ถูกต้อง" สั่งทบทวนยารักษามะเร็ง 4 ตัว
รมว.สาธารณสุขคนใหม่ เขย่าขวัญคนจน สั่งทบทวนการใช้ CL ในยามะเร็ง 4 ตัว โบ้ยคนไทยเป็นมะเร็งมีไม่มาก ขณะที่บริษัทยาต้องใช้เงินหลายหมื่นล้านในการวิจัย จึงสมควรต้องให้เอกสิทธิ อย่าดันทุรัง ปลอบคนไทยให้ทำใจ เพราะเมื่อถูกใจ แต่ไม่ถูกต้อง ก็ทำไม่ได้ พร้อมอ่อยบริษัทยา อยากส่งตัวแทนเข้าพบก็ยินดี

 

นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ซึ่งเป็นวันแรกของการทำงานในเก้าอี้ รมว.สาธารณสุข ว่า กำลังเตรียมสอบถามไปยัง นพ.มงคล ณ สงขลา อดีต รมว.สาธารณสุข ที่เพิ่งพ้นหน้าที่ไป ถึงการลงนามในคำสั่งให้ดำเนินการประกาศมาตรการใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร (ซีแอล) ยารักษามะเร็งปอด มะเร็งเต้านม และมะเร็งเม็ดเลือด รวม 4 รายการ ที่เพิ่งมีการดำเนินการไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมาว่า มีรายละเอียดอย่างไร
ทั้งนี้จะต้องมีการนำสถิติการเกิดโรคในประเทศไทยมาดูว่า อยู่ในระดับใด เพราะว่าเรื่องสิทธิบัตร เป็นเรื่องที่ล่อแหลมหากเรายังดันทุรังทำต่อไป บริษัทยากว่าจะคิดยาได้แต่ละตัว ต้องลงทุนไปหลายหมื่นล้านบาท ดังนั้นจึงสมควรให้เอกสิทธิแก่บริษัทยาในเรื่องสิทธิบัตร หากมีการยอมให้ประเทศไทยทำซีแอล ประเทศอื่นอย่าง จีน อินเดีย ญี่ปุ่น ก็จะนำมาเป็นข้ออ้างและทำเช่นกัน ดังนั้นจึงต้องเอาสถิติและข้อมูลมาทบทวนว่า เป็นอย่างไร เพราะถึงวันนี้ได้รับรายงานว่า ผู้ป่วยมะเร็งของไทยยังมีไม่มากนัก แล้วทำไมถึงต้องทำซีแอล
นายไชยา สะสมทรัพย์

นายไชยา กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีหนังสือมาจากกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอให้กระทรวงสาธารณสุขทบทวนการประกาศใช้ซีแอล เพราะบริษัทยาได้ทำหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงพาณิชย์ว่า เตรียมจะประกาศให้ไทยเป็นประเทศที่ถูกจับตามองพิเศษทางการค้า (PWL) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การประกาศซีแอลของไทยอาจเป็นเรื่องถูกใจแต่ไม่ถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการสอบถามว่า เคยเห็นข้อมูลจากคณะกรรมการที่มีการพิจารณาเรื่องนี้ว่า มีขั้นตอนและกระบวนการอย่างไรหรือไม่ นายไชยา ก็ยอมรับว่า เคยเห็นเพียงตัวประกาศ โดยอ้างว่าต้องการให้คนไทยเข้าถึงยา แต่การประกาศแบบนี้เป็นเรื่องถูกใจแต่ไม่ถูกต้อง ยิ่งผลที่สะท้อนกลับมารุนแรงกว่าสิ่งที่เราได้รับ จึงอาจได้ไม่คุ้มกับเสีย จึงต้องทบทวน

พร้อมกันนี้ยังกล่าวอ้างด้วยว่า การประกาศซีแอลที่ผ่านมา มีการประกาศก่อนนำเรื่องเข้าสู่ ครม. และออกไปจากสำนักงานคณะรัฐมนตรี ไม่ได้ผ่านกระทรวง ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และขณะนี้กำลังจะตรวจสอบด้วยว่า การประกาศซีแอลครั้งล่าสุด ผ่าน ครม. หรือไม่ หรือเป็นเพียงวาระแจ้งให้ ครม. รับทราบหลังจากมีการประกาศไปแล้ว

เมื่อถามว่า การประกาศยกเลิกจะทำให้ประชาชนต้องแบกรับกับปัญหายาราคาแพงหรือไม่ นายไชยา ตอบว่า เรายังไม่ได้เรียกบริษัทยามาพูดคุย และประเทศเราก็เป็นประเทศที่ยังด้อยพัฒนา ต้องการความช่วยเหลือ จึงเชื่อว่า บริษัทยาก็พร้อมที่จะให้การช่วยเหลืออยู่แล้ว อย่างไรก็ดีจากการอ่านหนังสือที่บริษัทยาทำถึงกระทรวงพาณิชย์ ทำให้ทราบว่า กระบวนการทำซีแอลก่อนหน้านี้ ไม่มีการเรียกบริษัทยาไปเจรจาเพื่อให้ปรับลดราคามาก่อน ฉะนั้นจึงจะเรียกฝ่ายต่างๆ ทั้งผู้ผลิต กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ มาหารือ

“แต่ละฝ่ายมีมุมมองไม่เหมือนกัน จากนี้คงจะมีการเรียกทุกฝ่ายเข้ามาหารือกัน โดยเอากฎหมายมาเป็นที่ตั้ง ผลกระทบจากที่ประกาศออกไป กลัวว่าไปเจอประเทศมหาอำนาจจะเหนื่อย แต่ก็เชื่อว่า รัฐมนตรีท่านเดิมคงมองว่า ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงยา ซึ่งเป็นนโยบายที่ดี เมื่อทราบรายละเอียดทั้งหมดจะต้องสื่อ ตอบสาธารณะได้ว่าเพราะอะไร ระหว่างนี้หากตัวแทนจากบริษัทยาจะเข้าพบก็ยินดี” นายไชยากล่าว

 

 

กลับหน้าแรก