น.ส.กรรณิการ์ กล่าวว่า สำหรับเนื้อหาในจดหมายที่ทางกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนในสหรัฐฯ ร่วมลงนามนั้น มีเนื้อหาที่ถามถึงจุดยืนของนโยบายกระทรวงสาธารณสุข และรัฐบาลชุดใหม่ ต่อปัญหาการเข้าถึงยาของประชาชน รวมทั้งขอทราบท่าทีที่ชัดเจนในเรื่องซีแอล เนื่องจากเห็นว่า ที่ผ่านมารัฐบาลชุดเดิม ได้ดำเนินการประกาศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยซีแอลยังเป็นมาตรการทางกฎหมายที่มีความสำคัญ และมีประสิทธิภาพยิ่งในการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงยารักษาโรคเรื้อรัง และโรคร้ายแรงที่เป็นอันตรายแก่ชีวิต กำจัดการผูกขาดตลาดยาอันเกิดจากสิทธิบัตร ซึ่งเห็นได้จากผลที่ได้จากการประกาศซีแอลในยาต้านไวรัสเอดส์ นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า การช่วยให้ประชาชนเช้าถึงยา สิ่งสำคัญ คือ ต้องอาศัยความมุ่งมั่นของรัฐบาล จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลชุดนั้นจะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น พร้อมทำแผนยุทธศาสตร์ใหม่ๆ ในรูปแบบอื่นๆ เพื่อการเข้าถึงยาอย่างทั่วถึงในระยะยาว อย่างไรก็ตามมาตรการซีแอลยังควรนำมาใช้ในการประกอบแผนเพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงยาด้วย
พร้อมกันนี้ในจดหมายยังเน้นย้ำด้วยว่า เวลานี้ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ต่างรอคอยให้มีการนำเข้ายาชื่อสามัญราคาถูก ของยาต้านมะเร็งสามรายการที่ติดสิทธิบัตรและมีราคาแพง ซึ่งรัฐบาลชุดที่ผ่านมา เพิ่งประกาศใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิกับยาทั้งสามรายการไปเมื่อเร็วๆ นี้ พวกเราจึงต้องการเรียกร้องให้ รมว.สาธารณสุขให้คำรับรองว่าผู้ป่วยเหล่านี้ รวมถึงผู้ป่วยด้วยโรคอื่นๆ จะไม่ต้องประสบกับความเดือดร้อนยากลำบาก อันเป็นผลพวงมาจากการที่ยาจำเป็นต่อชีวิต ติดสิทธิบัตรและมีราคาแพงเกินไป
น.ส.กรรณิการ์ กล่าวว่า ส่วนหนังสือที่นักกฎหมายด้านสุขภาพและการสาธารณสุข เตรียมยื่นให้ รมว.สาธารณสุข นั้น ได้สนับสนุนการประกาซีแอลยามะเร็ง เพราะเป็นหนทางที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้
|