กลับหน้าแรก
คำถามเกี่ยวกับ CL สถานการณ์ CL ทั่วโลก
เกี่ยวกับพวกเรา บทความเกี่ยวกับ CL
ติดต่อเรา ข้อมูลเกี่ยวกับ CL
นโยบายเกี่ยวกับ CL ของไทย กิจกรรมรณรงค์เกี่ยวกับ CL
ดาวน์โหลดสื่อต่างๆ เกี่ยวกับ CL
เว็บบอร์ด CL

เพราะชีวิตคนไม่ใช่สินค้า สิทธิบัตรยาต้องไม่ผูกขาด

 

     
     
 

"ไชยา"วางกล้ามเด้งเลขาฯอย.เข้ากรุ สกัด "ซีแอล"

26 กุมภาพันธ์ 2551

“ไชยา” แผลงฤทธิ์ หมกชงเข้า ครม. วาระจร เปิดไฟเขียวเด้ง “หมอศิริวัฒน์” พ้นเก้าอี้เลขาฯอย. เข้ากรุผู้ตรวจการฯ ซ้ำยังวางกล้ามถาม “ย้ายข้าราชการในกระทรวงเป็นเรื่องใหญ่หรือ” พร้อมปัดไม่ได้กลั่นแกล้ง ยืนกรานสาเหตุไม่เกี่ยวกับ “ซีแอล” แต่แค่ทำตามความเหมาะสม ขณะที่ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข วิจารณ์แซด อยากขจัดขวากหนามทบทวน “ซีแอล”

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า ครม.ได้อนุมัติตามที่กระทรวงสาธารณสุข เสนอแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย 1.นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 2.นพ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมการแพทย์ ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการ อย. และ 3.นพ.เรวัต วิศรุตเวช ผู้ตรวจราชการกระทรวง ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการแพทย์

นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล
ทั้งนี้เมื่อถามว่า การโยกย้ายนอกฤดูกาลเกิดจากสาเหตุอะไร นายณัฐวุฒิ ตอบว่า รมว.สาธารณสุขไม่ได้ชี้แจงเหตุผล เพียงแต่เสนอให้ ครม. อนุมัติเห็นชอบเท่านั้น และนำเข้ามาเป็นวาระจร และคาดว่า คงไม่มีความเกี่ยวข้องกับกรณีการทบทวนการประกาศใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร (ซีแอล) ในยามะเร็ง 4 ตัว ซึ่ง นพ.ศิริวัฒน์ เป็นประธานคณะกรรมการต่อรองราคายาอยู่แต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงนว่า ภายหลังจากข่าวคำสั่งโยกย้ายดังกล่าวสะพัดออกไป ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหู โดยเฉพาะเรื่องความเหมาะสมในการโยกย้าย เนื่องจากเป็นการโยกย้ายนอกฤดู ซึ่งโดยปกติจะกระทำก็ต่อเมื่อเกิดเรื่องด่วน หรือข้าราชการมีการกระทำผิดที่ร้ายแรงเท่านั้น และส่วนใหญ่มองว่า การโยกย้ายครั้งนี้ เพื่อสนองความต้องการในกรณีซีแอล ซึ่ง นายไชยา ประกาศตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งแล้วว่า ต้องการให้มีการให้ทบทวนการประกาศใช้ในยามะเร็ง 4 รายการ ขณะที่ตัวของ นพ.ศิริวัฒน์ นั้น กลับยังคงเดินหน้าผลักดันเรื่องซีแอลอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัย นพ.มงคล ณ สงขลา เป็น รมว.สาธารณสุข

อย่างไรก็ตาม นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข ได้ออกมาปฏิเสธสาเหตุการโยกย้ายว่า ไม่เกี่ยวกับกรณีการใช้ซีแอลแต่อย่างใด เป็นเพียงการย้ายเพื่อความเหมาะสม ให้การทำงานเป็นไปอย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ยืนยันว่า ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร เพราะไม่ได้รู้จักหรือสนิทกับใครเป็นการส่วนตัว และการย้ายในครั้งนี้ก็อยู่ในระนาบเดียวกัน ระดับ 10 ไป ระดับ 10 ไม่ได้ลดตำแหน่งลง จะเป็นอธิบดี หรือผู้ตรวจราชการ ก็เหมือนกัน และเมื่อเป็นข้าราชการอยู่ในตำแหน่งไหน ก็ต้องทำงานได้เหมือนกัน

“ความเหมาะสมในการย้ายครั้งนี้ ดูที่ประวัติราชการ ไม่ต้องห่วงผมไม่ได้แกล้งใคร หรือเกลียดใคร แล้วต้องโยกย้าย และหากยิ่งเกลียดก็ยิ่งต้องเอาไว้ใกล้ตัว จะได้ให้เข้าใจว่าผมกำลังทำอะไร แล้วจะได้รักเรา เพราะตำแหน่งที่โยกย้ายนั้น ผมก็ไม่ได้รู้จักกับท่าน และเห็นหน้าเพียงไม่กี่ครั้งไม่ได้ปรึกษาใคร แต่ปรับเพื่อให้สามารถทำงานต่อได้” นายไชยา กล่าว

ต่อข้อถามว่า การโยกย้ายครั้งนี้จะมีผลกระทบต่อการทำซีแอลหรือไม่ นายไชยา กล่าวว่า การทำซีแอลที่ผ่านมา มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรสามารถติดตามได้ว่ามีการดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง ไม่มีอะไรที่ต้องกระทบ เพราะทุกคนต้องรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติ ความมั่นคงของผู้ป่วย และการเข้าถึงยาเป็นหลัก ซึ่งจากการพูดคุยและเห็นประวัติการทำงานของ นพ.ชาตรี บานชื่น ก็เห็นว่ามีประสบการณ์ทำงานมาก ยังมีไฟที่จะทำงานเรื่องนี้ มีวัยวุฒิ คุณวุฒิ ซึ่งการทำซีแอล ต้องมีการดูแลเรื่องของคุณภาพยาให้มีประสิทธิภาพ เชื่อว่า นพ.ชาตรี จะสามารถทำงานได้

เมื่อถามถึงกรณี นพ.ชาตรี ที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง โดยมี นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ รองปลัด สธ.เป็นประธาน ยังไม่ได้ผลสรุปการสอบสวน นั้น นายไชยา กล่าวว่า เรื่องมันจบไปแล้ว มีการตัดเงินเดือน ลงโทษไปเรียบร้อยแล้ว และหากการสอบสวนยังไม่จบกระบวนการการย้าย นพ.ชาตรี ออกมาก็เพื่อให้ยุติธรรม ให้เกิดความโปร่งใส

" ย้ายข้าราชการเป็นเรื่องใหญ่หรือ มาบอกว่านอกฤดูการโยกย้าย นี่ผมเพิ่งเข้ามาก็ต้องย้าย เพื่อให้ทำงานราบรื่น"
นายไชยา กล่าว

 

 

กลับหน้าแรก