| ที่ประชุมเครือข่ายภาคประชาชน ลงมติร่วมกับเครือข่ายผู้ป่วย นัดชุมนุมที่กระทรวงสาธารณสุข เที่ยงวันที่ 6 มีนาคม เพื่อตั้งโต๊ะล่ารายชื่อ ถอดถอน นายไชยา สะสมทรัพย์ ออกจากตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข ขณะที่ปลัดกระทรวงฯ ทราบข่าวถึงกับดิ้นพล่าน สั่งผู้บริหารทุกกรม ห้ามข้าราชการในกระทรวงไปร่วมลงชื่อด้วยเด็ดขาด ขู่ใครไปเตรียมเล่นงานเอาผิดทางวินัยทันที |

|
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า เครือข่ายภาคประชาชน ประกอบด้วย เครือข่ายผู้ติดเชื้อ เครือข่ายโรคไต โรคหัวใจ มะเร็ง องค์กรผู้บริโภค เครือข่ายหมอไร้พรมแดน นักวิชาการ นิสิตเก่า มหาวิทยาลัยมหิดล เภสัชชนบท แพทย์ชนบท ได้มีการปรึกษาหารือกัน เพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกระทรวงสาธารณสุข ว่าจะเดินหน้าอย่างไร ซึ่งมีมติร่วมกันว่า ในวันที่ 6 มี.ค. เวลา 12.00 น.จะเดินทางไปที่กระทรวงสาธารณสุข บริเวณหน้าเสาธง เพื่อสนับสนุนการทำงานของแพทยชนบทที่มีข้อจำกัดในการทำงานที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา โดยเครือข่ายสนับสนุนการประกาศบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร (ซีแอล) ซึ่งนอกจากเครือข่ายแล้วยังมีการประสานไปยังเครือข่ายเหล้า โดยจะตั้งโต๊ะล่ารายชื่อถอดถอน นายไชยา สะสมทรัทย์ รมว.สาธารณสุข เพื่อให้ครบ 20,000 รายชื่อ |
“ต้นเหตุทั้งหมดเนื่องมาจากความไม่ชัดเจนในการทำซีแอล ซึ่งเครือข่ายเดินหน้าให้มีการทำซีแอล โดยนำเข้ายาโรคหัวใจ ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสียหายจากการซื้อยาแพง และเราเชื่อว่าหมอศิริวัฒน์เป็นกลไกที่สำคัญ ซึ่ง รมต.ให้หมอศิริวัฒน์ เดินหน้าเจรจาต่อ เป็นเรื่องที่ดีที่ถูกต้อง ซึ่งเราเห็นว่า หมอศิริวัฒน์ ไม่มีฐานความผิดให้เห็นไม่ว่าจะเป็นเครื่องในหมูที่ยกมาอ้าง เมื่อไม่ได้ทำความผิด ก็อยากให้ทำหน้าที่เลขาธิการ อย.ต่อไป เพราะหากเป็นผู้ตรวจอำนาจการต่อรองก็จะน้อยลง การกลับมาของหมอศิริวัฒน์ จึงเป็นเหตุเป็นผล เรื่องความตีบตันที่ไม่มีใครอยากมาเป็นเลขาฯ อย.ซึ่งพวกเราอยากให้รัฐมนตรีคิดด ีเป็นประโยชน์กับผู้ป่วย ทำเรื่องนี้ให้เป็นประโยชน์เหมือนเดิม” น.ส.สารี กล่าวและว่า นอกจากนี้หาก ไม่รังเกียจจะขอเข้าพบนายไชยาด้วย โดยมีข้อเสนอไปยังรัฐมนตรี 4-5 ประเด็น
ต่อข้อถามว่า จะมีน้ำหนักและเหตุผลเพียงพอในการเข้าชื่อถอดถอนหรือไม่ น.ส.สารี กล่าวว่า การโยกย้ายไม่เป็นธรรมเป็นประเด็นหนึ่ง แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรัฐ คนไข้โรคหัวใจ ไม่มียาใช้ แม้มีมูลค่าไม่ถึงพันล้านก็ทำให้เสียหายกับรัฐ เนื่องจากการที่รัฐมนตรีส่งสัญญาณเช่นนี้ ทำให้เกิดความเสียหายครึ่งหนึ่ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ รมว.สธ.ก็ควรจะปกครองผลประโยชน์ของรัฐมากกว่าผลประโยชน์ของบริษัทยา
ด้านนายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวว่า ในฐานะของเจ้านายของนักการเมือง เมื่อประชาชนแสดงท่าทีในลักษณะนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่า นายไชยา ไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในตำแหน่ง ทั้งนี้ ภาพลักษณ์ของคนที่เป็นรัฐมนตรี ซึ่งเป็นกระทรวงที่เกี่ยวกับคุณภาพชีวิต การเจ็บ ป่วย ตาย ดังนั้น การที่รัฐบาลให้คนแบบนี้มาเป็นรัฐมนตรี แม้ว่าจะมีการเลือกตั้งขึ้นมา แต่พวกเรายังไม่หมดหน้าที่เพียงเท่านั้น เพราะเรามีสิทธิที่จะถอดถอน ซึ่งเป็นการเติบโตอีกก้าวหนึ่งของการเมืองภาคประชาชน ส่วนผลสำเร็จในการล่าราบชื่อนั้น จะมากน้อยแค่ไหนก็ไปตามนั้น ควรที่จะให้กำลังใจกัน
|
| |