กลับหน้าแรก
คำถามเกี่ยวกับ CL สถานการณ์ CL ทั่วโลก
เกี่ยวกับพวกเรา บทความเกี่ยวกับ CL
ติดต่อเรา ข้อมูลเกี่ยวกับ CL
นโยบายเกี่ยวกับ CL ของไทย กิจกรรมรณรงค์เกี่ยวกับ CL
ดาวน์โหลดสื่อต่างๆ เกี่ยวกับ CL
เว็บบอร์ด CL

เพราะชีวิตคนไม่ใช่สินค้า สิทธิบัตรยาต้องไม่ผูกขาด

 

     
     
 

"ไชยา"เบี่ยงประเด็นซื้อเครื่องฉายรังสีแจก อ้างหมอบอก"ยาไม่จำเป็น"

ผู้จัดการออนไลน์ 7 มีนาคม 2551

นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า โรคมะเร็ง 1 ใน 3 รักษาหายขาด อีก 1 ใน 3 ป้องกันได้ โดยวิธีรักษาโรงมะเร็งที่สำคัญ และได้ผลมากที่สุด คือ การผ่าตัดและการฉายแสง หากรักษาในระยะที่ 1-2 ซึ่งโรคยังไม่ลุกลาม มีโอกาสหายขาด ส่วนการกินยานั้นไม่สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ เป็นเพียงการช่วยเสริมให้การรักษาได้ผลมากขึ้น

“หากไม่มีอุบัติเหตุทางการเมือง ผมสามารถอยู่ที่ สธ.ต่อไป จะเสนอโครงการซื้อเครื่องฉายรังสีให้โรงพยาบาลศูนย์ทั่วประเทศ เพราะเป็นทางเลือกที่ดี โดยจะรีบเร่งนำเสนอเป็นโครงการเมกะโปรเจกต์ของ สธ.เสนอในรัฐบาลชุดนี้ให้ได้ ถือว่า 5 ปี จำนวนงบประมาณ 2 พันล้านบาท ไม่มาก เพราะการทำซีแอลยาก็ใช้งบประมาณดังกล่าวเช่นกัน”นายไชยา กล่าว

นายไชยา กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการทำซีแอลปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัด สธ.และ นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัด สธ.หรือ มิสเตอร์ซีแอล ดำเนินการต่อไป แต่ถ้าหากราคายาของบริษัทต้นตำรับลดจาก 100 บาท เหลือ 20-30 บาท ขณะที่ยาสามัญจากประเทศอินเดีย มีราคา 10 บาท ก็จะเชิญเครือข่ายผู้ป่วยโรคมะเร็ง องค์กรพัฒนาเอกชนมาตัดสินใจว่าจะเลือกใช้ยาจากแหล่งใด

ทั้งนี้ นพ.ยงยุทธ คงธนารัตน์ นายกสมาคมรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร (ซีแอล) ยารักษาโรคมะเร็ง 4 รายการ ทั้งหมดถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดหมด เพราะจริงๆ แล้วทำซีแอลก็ไม่สามารถรักษาโรคได้จริง เพราะหากป่วยระยะ 1-3 สามารถผ่าตัดร่วมกับการฉายรังสีสามารถทำให้หายขาดได้ มีเฉพาะผู้ป่วยระยะที่ 4 เท่านั้นที่จำเป็นต้องใช้ยา และผู้ป่วยบางรายในระยะนี้เท่านั้นที่ต้องใช้ยา 4 รายาที่ทำซีแอล ซึ่งมีโอกาสที่จะหายเพิ่มอีก 5%

นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า ประกอบกับภาวการณ์ขาดแคลนเครื่องฉายรังสี ทำให้ผู้ป่วยต้องรอคิวนาน ทำให้อาการของโรคกว่าที่จะได้รับการผ่าตัดและฉายรังสีก็ลุกลามไปถึงระยะที่ 4 ที่เป็นระยะสุดท้ายแล้ว ดังนั้น จึงอยากเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขจัดซื้อเครื่องฉายรังสี เพราะผู้ป่วยทุกคนสามารถใช้ได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะสนใจหรือไม่ ไม่ใช่การมารอแต่การสรุปเรื่องต่อรองราคา

“ผมอ่านข่าวเรื่องซีแอลแล้วเศร้าใจ เพราะผู้ป่วยได้รับยาทั้งหมดก็เสียชีวิต มีโรคทางเลือดเพียงอย่างเดียวที่ต้องฉายแสงร่วมกับการใช้ยา ผู้ป่วยควรเข้าถึงการรักษาได้เร็วกว่านี้ ทั้งนี้ เงินพันล้านบาทสำหรับการทำซีแอลยามะเร็งไปใช้ในการรักษาใครก็ไม่รู้ แต่ผมขอ 2พันล้านบาทใช้เวลา 5 ปี ที่จะดำเนินการให้โรงพยาบาลศูนย์ทั่วประเทศกว่า 25 แห่งมีเครื่องฉายรังสีครบทั้งประเทศ โดยสามารถซื้อเครื่องจากประเทศจีน ซึ่งอาจทำซีแอลเครื่องมือแทน ซึ่งจริงๆ แล้วเครื่องมือสามารถดำเนินการได้ภายใน 2 ปี แต่ต้องเตรียมกำลังคนให้พร้อม รวมถึงค่าตอบแทนที่คุ้มค่ากับผลกระทบจากการใช้เครื่องมือด้วย”นพ.ยงยุทธ กล่าว

นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า เครื่องอาจราคาแพงมาก โดยเครื่องมือจากประเทศจีนราคาประมาณ 30 ล้านบาท รวมกับค่าอาคารสถานที่อีก 20 ล้านบาท รวมลงทุน 50 ล้านบาท แต่สามารถดำเนินการให้กับผู้ป่วยได้เป็น 102-20 ปี ถือว่าเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับการทำซีแอลยา เพราะการใช้ยารักษาโรคมะเร็งเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ทั้งนี้หากจะทำซีแอลกับยารักษาโรคมะเร็งจำเป็นต้องเลือกยาที่สามารถทำให้ผู้ป่วยมีอัตราการรอดชีวิตมากกว่า 10%

 

 

กลับหน้าแรก