เพราะชีวิตคนไม่ใช่สินค้า สิทธิบัตรยาต้องไม่ผูกขาด
"อียู" ไม่มีทางชนะ หากฟ้องการทำ CL ของไทย ต่อ WTO
รศ.ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชศาสตร์สังคม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Tel 218-8285 2188-238 Fax 218-8336
นักวิชาการเภสัชฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยืนยัน สหภาพยุโรปไม่มีทางที่จะชนะหากฟ้องร้องประเทศไทยในองค์การการค้าโลก (WTO) จากการที่ประเทศไทยประกาศบังคับใช้สิทธิโดยรัฐ (ซีแอล)
จากกระแสข่าวที่อ้างว่า ขณะนี้สหภาพยุโรปจากการผลักดันของประเทศเยอรมันนีและฝรั่งเศส อาจจะฟ้องประเทศไทยจากการประกาศบังคับใช้สิทธิโดยรัฐในยาที่ติดสิทธิบัตรนั้น รศ.ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชศาสตร์สังคม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “สหภาพยุโรปต้องแพ้ในคดีนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากการประกาศใช้สิทธิเป็นมาตรการที่ถูกต้องชอบธรรม การประกาศบังคับใช้สิทธิเป็นมาตรการทางกฎหมาย ที่ระบุอย่างชัดเจนในปฎิญญาโดฮา ว่าด้วยทริปส์และการสาธารณสุข และพระราชบัญญัติสิทธิบัตร (มาตรา 51) ดังนั้นการประกาศใช้สิทธิโดยรัฐของไทย เป็นไปตามกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐบาลหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้ง สหรัฐ แคนาดา อิตาลี ต่างก็บังคับใช้สิทธิเพื่อปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ ประกันการเข้าถึงการรักษาที่เท่าเทียม ส่งเสริมนวัตกรรม และควบคุมไม่ให้เกิดการผูกขาด
เมื่อไม่นานมานี้ รายงานของคณะผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาขององค์การอนามัยโลก ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ 7 ท่านจาก องค์การอนามัยโลก, โครงการของสหประชาชาติเพื่อการพัฒนา (ยูเอ็นดีพี), อังค์ถัด นำโดย ดร.เกอร์มาน เวลาเควส (จากการเดินทางมาเก็บข้อมูลในประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ 2551) ระบุอย่างชัดเจนว่า องค์การอนามัยโลก สนับสนุนกลไกที่พัฒนาการเข้าถึงยาจำเป็น รวมทั้งการใช้กลไกยืดหยุ่นในความตกลงทริปส์ แต่ละประเทศ สามารถพิจารณาใช้กลไกต่างๆในการขยายการเข้าถึงยาจำเป็นได้อย่างเต็มที่ มาตรการบังคับใช้สิทธิสามารถใช้กับยาจำเป็นที่ติดสิทธิบัตรที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึง หรือ เพื่อใช้ในหลักประกันสุขภาพของรัฐ
แม้บางส่วนอาจจะโต้แย้งว่า สหภาพยุโรปอาจจะฟ้องร้องในกรณีที่ประเทศไทยล้มเหลว ไม่ยอมเจรจาการให้สิทธิโดยสมัครใจก่อนหน้าที่จะประกาศบังคับใช้สิทธิ อย่างไรก็ตาม สหภาพยุโรปจะพ่ายแพ้ในประเด็นดังกล่าวอีกเช่นกัน เพราะประเทศไทยแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า ได้พยายามเจรจากับบริษัทเจ้าของสิทธิบัตรมาตลอด เป็นระยะเวลามากกว่า 2 เดือนก่อนหน้าการประกาศใช้สิทธิโดยรัฐ ทั้งที่ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตรของไทย การประกาศบังคับใช้สิทธิโดยรัฐ เพื่อประโยชน์สาธารณะไม่ใช่เชิงพาณิชย์ สามารถทำได้โดยไม่ต้องเจรจากับเจ้าของสิทธิบัตรก่อน
ในกฎหมายของสหภาพยุโรป กำหนดระยะเวลา 30 วันในการเจรจาก่อนการประกาศบังคับใช้สิทธิ และสหภาพยุโรปก็ไม่เคยถูกฟ้องร้องว่า ละเมิดความตกลงทริปส์ด้วยเหตุที่ว่า ระยะเวลา 30 วันไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมเพียงพอ ดังนั้นหากสหภาพยุโรป จะฟ้องร้องประเทศไทย ที่ใช้ความพยายามในการเจรจามากกว่า 60 วัน สหภาพยุโรปควรจะมีความคงเส้นคงวาในมาตรฐานของกฎหมายตัวเอง” อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวทิ้งท้าย
(เอกสารที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบของคณะกรรมาธิการยุโรป เลขที่ 816/2006 มาตรา 9.1 สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซด์ http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/site/en/oj/2006/l_157/l_15720060609en00010007.pdf)