กลับหน้าแรก
คำถามเกี่ยวกับ CL สถานการณ์ CL ทั่วโลก
เกี่ยวกับพวกเรา บทความเกี่ยวกับ CL
ติดต่อเรา ข้อมูลเกี่ยวกับ CL
นโยบายเกี่ยวกับ CL ของไทย กิจกรรมรณรงค์เกี่ยวกับ CL
ดาวน์โหลดสื่อต่างๆ เกี่ยวกับ CL
เว็บบอร์ด CL

เพราะชีวิตคนไม่ใช่สินค้า สิทธิบัตรยาต้องไม่ผูกขาด

 

     
     
 

26 ส.ส.เดโมแครตเตือนยูเอสทีอาร์อย่าปิดกั้นไทยเข้าถึงยา

 

เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา ส.ส.พรรคเดโมแครต 26 คน จากสภาคองเกรส แห่งสหรัฐอเมริกา กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. 20515 เข้าชื่อยื่นหนังสือถึง ซูซาน ชว็อบ ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (ยูเอสทีอาร์) นำโดย เฮนริกซ์แมน ประธานคณะกรรมาธิการกำกับดูแลการปฏิรูปรัฐบาล โธมัส เอช. อัลเลน, จอห์น เลวิส เอิร์ล บลูเมนอยเออร์, จิม แม็คเดอร์ม็อต, ลอยด์ ด็อกเก็ตต์, จอห์น โอลเวอร์, มอรีซ ฮินชีย์, เจนีซ ชาคอฟสกี้, แทมมี่ บอลด์วิน, แคโรลิน มาโลนีย์, ไมเคิล มีโชด์,ราอูล กรีจาลวา, หลุยส์ แคปส์, เดนนิส คูซีนิช, ลินดา ซานเชซ, ชีล่า แจ็คสัน ลี, นิกิ ซองกาส์, ฮิลดา โซลิส,ฟอร์ตนีย์ พีท สตาร์ค, เลซี่ เคลย์, หลุยส์ สลอเตอร์, เจมส์ แม็คโกเวิร์น, เจมส์ มอแรน, ปีเตอร์ เดฟาซิโอ, บาร์บาร่า ลี, แม็กซีน วอเทอร์ส, เรียกร้องให้สำนักผู้แทนการค้าสหรัฐ คำนึงถึงพันธกรณีของสหรัฐ ที่จะต้องให้ความเคารพต่อมาตรการต่างๆ ที่จะช่วยปรับปรุงการเข้าถึงยารักษาชีวิตในประเทศกำลังพัฒนา ประกอบการทบทวนสถานะประเทศคู่ค้าของสหรัฐ ประจำปีในด้านการให้ความคุ้มครองและบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา

หนังสือดังกล่าวระบุว่า ยูเอสทีอาร์ได้ดำเนินการตาม "มาตรา 301 พิเศษ" เป็นประจำทุกปีเพื่อทบทวนสถานะประเทศคู่ค้าของสหรัฐ ในด้านการให้ความคุ้มครองและบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญานั้น ขอเรียกร้องให้หันมาใส่ใจประเด็นด้านการสาธารณสุขและการเข้าถึงยาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการพิจารณาว่ามาตรการด้านสาธารณสุขหนึ่งๆ ได้สร้างความวิตกกังวลในแง่ของการให้ความคุ้มครองแก่สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอย่าง "เหมาะสมเพียงพอและมีประสิทธิภาพ" หรือไม่นั้น ไม่สมควรใช้แต่ขอบเขตหรือระดับความเข้มงวดของสิทธิและการให้ความคุ้มครองแก่สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ด้วยเห็นว่าจะช่วยส่งเสริมให้มีการสร้างสรรค์นวัตกรรมมากยิ่งขึ้นเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่สมควรคำนึงถึงพันธกรณีของสหรัฐ ที่จะต้องให้ความเคารพต่อมาตรการต่างๆ ที่จะช่วยปรับปรุงการเข้าถึงยารักษาชีวิตในประเทศกำลังพัฒนาด้วยเช่นกัน

ประเด็นที่ทำให้รู้สึกวิตกกังวลนั้นเกี่ยวพันกับการประกาศใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิโดยรัฐ (ซีแอล)กับยาที่ติดสิทธิบัตร ซึ่งในรายงานการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือ Special 301 Report ปี 2550 ยูเอสทีอาร์ได้ปรับลดสถานะประเทศไทยให้อยู่ในบัญชี "ประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ" หรือ Priority Watch List หลังจากที่ประเทศไทยประกาศใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิฯ กับยา 3 รายการ ได้ไม่นานนัก ในรายงานได้ระบุถึงความวิตกกังวลเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์ และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอื่นๆ พร้อมระบุถึงประเด็นการประกาศใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิฯ ซึ่งรายงานฉบับดังกล่าวดูเหมือนจะแสดงความวิตกกังวลในทำนองมีความเห็นว่า ประเทศไทยประกาศใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิฯอย่าง "ขาดความโปร่งใสและชอบธรรม" แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า การใช้ภาษาที่คลุมเครือเช่นนี้ ทำให้เกิดการตีความว่า รายงานฉบับดังกล่าวประณามการประกาศใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิฯนี้ ว่าเป็นการกระทำที่แสดงให้เห็นถึงความย่อหย่อนและไม่เคารพในสิทธิบัตรอย่างชัดเจน

หนังสือดังกล่าวระบุด้วยว่า การประกาศใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิฯโดยระบุค่า "ตอบแทนการใช้สิทธิอย่างเหมาะสมเพียงพอ" แก่เจ้าของสิทธิบัตรนั้น มีบัญญัติไว้ในความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า (ความตกลงทริปส์) ขององค์การการค้าโลก ในปฏิญญาโดฮาปี 2544 ทั้งสหรัฐ และประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลกอีก 142 ประเทศ ได้ตกลงร่วมกันที่จะยึดมั่นตามพันธกรณีที่ให้ความเคารพต่อ "สิทธิของประเทศสมาชิกที่จะใช้มาตรการในความตกลงทริปส์ได้อย่างเต็มที่และสมบูรณ์" ซึ่งความตกลงดังกล่าวได้ให้ "ความยืดหยุ่น" แก่ประเทศสมาชิกในการนำมาตรการไปปฏิบัติเพื่อ "ปกป้องการสาธารณสุขของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการที่จะสนับสนุนและส่งเสริมการเข้าถึงยาของประชาชนโดยถ้วนหน้า" ทั้งนี้ หนึ่งในมาตรการยืดหยุ่นที่สำคัญยิ่งคือการที่ประเทศสมาชิก "มีสิทธิที่จะใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิ และสามารถกำหนดเงื่อนไขหรือสภาวการณ์ที่จะใช้มาตรการดังกล่าวได้อย่างเสรี

สำหรับรายงาน Special 301 ฉบับต่อไปขอเรียกร้องให้ยูเอสทีอาร์ให้การรับรอง และปฏิบัติตามพันธกรณีที่ประเทศสหรัฐ ได้ร่วมตกลงในปฏิญญาโดฮา แม้ว่าอาจจะมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจสุดท้ายในการจัดทำรายงาน 301 ซึ่งขอเรียกร้องให้พิจารณาความคืบหน้าใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจากปัจจัยเหล่านั้นตามความเหมาะสม แต่กระนั้นประเทศต่างๆ ก็ไม่สมควรถูกกล่าวหาจากการใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิ และมาตรการยืดหยุ่นต่างๆ อันสอดคล้องกับข้อกำหนดและกฎเกณฑ์ทางการค้าระหว่างประเทศ

 

 

กลับหน้าแรก