กลับหน้าแรก
คำถามเกี่ยวกับ CL สถานการณ์ CL ทั่วโลก
เกี่ยวกับพวกเรา บทความเกี่ยวกับ CL
ติดต่อเรา ข้อมูลเกี่ยวกับ CL
นโยบายเกี่ยวกับ CL ของไทย กิจกรรมรณรงค์เกี่ยวกับ CL
ดาวน์โหลดสื่อต่างๆ เกี่ยวกับ CL
เว็บบอร์ด CL

เพราะชีวิตคนไม่ใช่สินค้า สิทธิบัตรยาต้องไม่ผูกขาด

 

     
     
 

หมอวิชัย” พร้อมดูแลซีแอลหากโดนทาบ ชี้ยาด้านจิตเวชเหมาะทำซีแอลมากสุด 

ผู้จัดการออนไลน์ 19 พ.ย. 2551

“หมอวิชัย”พร้อมรับงานดูแลซีแอลหากถูกทาบทาม เตรียมเสนอยาด้านจิตเวชชี้มีความจำเป็นทำซีแอลมากที่สุด เพราะยาราคาแพง ต้องกินติดต่อกันนาน

นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานกรรมการบริการองค์การเภสัชกรรรม (อภ.) ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมการคณะกรรมการสนับสนุนการดำเนินงานเกี่ยวกับการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรโดยรัฐ (ซีแอล) กล่าวว่า
หากได้รับการทาบทามให้มาดูแลเรื่องซีแอลต่อก็ยินดีเพราะเป็นงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ ซึ่งขณะนี้ประชาชนยังมีปัญหาเข้าไม่ถึงยาอยู่ โดยเฉพาะยาด้านจิตเวชซึ่งคิดว่ามีความจำเป็นต้องทำ
ซีแอลมากที่สุดเพราะยามีราคาแพงมากและผู้ป่วยต้องรับประทานยาติดต่อกันเป็นเวลานาน

นพ.วิชัยกล่าวต่อว่าสำหรับขั้นตอนการดำเนินการซีแอลนั้นขณะนี้มีคณะอนุกรรมการด้านการเข้าถึงยาของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งมี รศ.สำ ลี ใจดี เป็นประธาน อยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องนี้อยู่
หากพบว่ามียาที่จำเป็นต้องประกาศซีแอลก็จะเสนอมายังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเพื่อพิจารณาว่าจะ
ดำเนินการประกาศซีแอลหรือไม่ ขณะเดียวกันหากร.ต.อ.เฉลิมมีนโยบายเดินหน้าซีแอลก็สามารถสั่งการให้หน่วยงานในสธ.ที่เป็นกรมวิชาการ เช่น กรมสุขภาพจิต กรมการแพทย์ และสำนักงานปลัดสธ.ที่ดูแลโรงพยาบาล
ในสังกัดสธ.ทั้งหมดศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียดรอบคอบได้

“ในการศึกษาจะต้องพิจารณาเลือกยาที่มีปัญหาการเข้าไม่ถึงยา เช่นกลุ่มยาจิตเวช ต้องเลือกชนิดยาว่ามีตัวใดบ้างที่ควรประกาศซีแอลโดยพิจารณาจาก สิทธิบัตรที่คุ้มครองยาว่าเป็นลักษณะใดและอายุของสิทธิบัตรที่คุ้มครองนานเท่าใด และมียาสามัญที่มีคุณภาพหรือไม่ฐานการผลิตอยู่ที่ใดรวมถึงปริมาณการใช้ยาว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่หากจะประกาศซีแอล”นพ.วิชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรมสุขภาพจิตได้เคยรายงานปัญหาผู้ป่วยจิตเวชเข้าไม่ถึงยา เพราะมีราคาแพงเช่น ยาคลอซารีล ริสเพอดาล ไซเปร็กซา ราคาสูงถึงเม็ดละ 60-200 บาทและต้องทานต่อเนื่องนาน 1-6 เดือนจึงทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายได้ทำให้ต้องหยุดยาทำให้การรักษาไม่ต่อเนื่องขณะที่ประเทศไทยมีผู้ป่วยจิตเวชมีประมาณ 1 คน ต่อประชากร 6 แสนคน

 

 

กลับหน้าแรก