กลับหน้าแรก
คำถามเกี่ยวกับ CL สถานการณ์ CL ทั่วโลก
เกี่ยวกับพวกเรา บทความเกี่ยวกับ CL
ติดต่อเรา ข้อมูลเกี่ยวกับ CL
นโยบายเกี่ยวกับ CL ของไทย กิจกรรมรณรงค์เกี่ยวกับ CL
ดาวน์โหลดสื่อต่างๆ เกี่ยวกับ CL
เว็บบอร์ด CL

เพราะชีวิตคนไม่ใช่สินค้า สิทธิบัตรยาต้องไม่ผูกขาด

     
       
   
 
  มาตรการการค้าของสหรัฐกับการเข้าถึงยาของคนไทย
. รศ. ดร. วิทยา กุลสมบูรณ์  
 
แผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

การใช้มาตรการการค้าของสหรัฐตอบโต้การดำเนินการการใช้สิทธิต่อยาที่มีสิทธิบัตรต่อยา 3 รายการ โดยการเลื่อนลำดับประเทศไทยจากประเทศที่ถูกจับตามอง หรือ WATCH LIST (WL) มาเป็นประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ หรือ PRIORITY WATCH LIST (PWL) โดยระบุเหตุผลเกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิของไทยว่าไม่โปร่งใสและไม่ถูกต้องนั้น นอกจากจะเป็นการดำเนินการอย่างขาดเหตุผลแล้ว ยังถือได้ว่าเป็นการสร้างแรงกดดันเพื่อข่มขู่ให้ประเทศไทยยุติการดำเนินการเพื่อการเข้าถึงยาของผู้ป่วยที่มีความต้องการใช้ยาเพื่อรักษาชีวิตของตน
การใช้มาตรการการค้าของสหรัฐเช่นนี้มีการดำเนินการมาตลอด นับตั้งแต่ความพยายามกดดันให้ พรบ.สิทธิบัตร พศ.2522 ต้องแก้ไขให้ครอบคลุมเรื่องสิทธิบัตรยา ต่อมาก็ให้กดดันเพิ่มเติมจากสิทธิบัตรกระบวนการผลิต (PROCESS PATENT) มาเป็น สิทธิบัตรผลิตภัณฑ์ (PRODUCT PATENT) การกดดันให้ไทยต้องเปลี่ยนแปลงกฎหมายสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับยา รวมไปถึงความพยายามให้ขยายเวลาผูกขาดสิทธิบัตรเพิ่มขึ้นจนถึง 20 ปี ในปัจจุบัน
 
ในการเจรจาการค้าเสรีไทย สหรัฐ ที่ผ่านมา ประเทศสหรัฐยังได้พยายามกดดันเพื่อเพิ่มเติมผลประโยชน์ด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่ต้องการครอบคลุมการขยายเวลาสิทธิบัตร  การผูกขาดข้อมูลยา (DATA EXCLUSIVITY) เป็นต้น ซึ่งเรียกกันโดยย่อว่า TRIP PLUS (ข้อเรียกร้องเพิ่มจากทริปส์) และแสวงหาหนทางจำกัดการดำเนินการที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว ในTRIPS ที่เรียกว่า TRIPS FLEXBILITY (ข้อยืดหยุ่นที่ระบุในทริปส์) ที่รวมไปถึงสิทธิของประเทศสมาชิกในการใช้สิทธิต่อยาสิทธิบัตรเพื่อการสาธารณสุข (COMPULSORY LICENSING) ซึ่งรวมถึงการผลิตและการนำเข้ายา เพื่อตอบสนองปัญหาความเจ็บป่วยและสุขภาพประชากร
 
การเข้าถึงยา (ACCESS TO MEDICINE) ไม่ได้เป็นปัญหาของประเทศไทยแต่เป็นปัญหาของประชากรโลก ในกลุ่มประเทศแอฟริกา มีเพียงร้อยละ 15 ของเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ เท่านั้นที่ได้รับยาต้านไวรัส เช่นเดียวกับมารดาที่ติดเชื้อมีเพียงร้อยละ 10 ที่ได้รับยา ประชากรอีกกว่า 5 ล้านคน ยังไม่สามารถเข้าถึงยาได้ ในข้อตกลง TRIPS ได้มีความพยายามที่จะส่งเสริมการส่งออกของประทศที่ผลิตยาได้ให้ส่งออกยาแก่ประเทศยากจน เช่น ประเทศแคนาดาได้ออกกฎหมายเรียกว่า CAMR หรือ CANADA ACCESS TO MEDICINE REGIME  ประเทศอินเดียได้กลายเป็นแหล่งยาของประเทศยากจน (PHARMACY OF THE POOR) เนื่องด้วยยังมียาจำเป็นจำนวนหนึ่งที่ไม่ติดสิทธิบัตรยา เนื่องจากประเทศอินเดียและจีนรับข้อตกลงสิทธิบัตรหลังปี 2005 (POST 2005)
การดำเนินการใช้สิทธิต่อยาที่มีสิทธิบัตร 3 รายการของประเทศไทย เป็นการดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมายและศีลธรรม  ยืนยันโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งที่เป็นนักวิชาการไทยและต่างประเทศ   ยืนยันโดยฝ่ายนิติบัญญัติปัจจุบัน  ยืนยันโดยหน่วยงานวิชาการระดับนานาชาติ จำนวนมาก  ตลอดจนได้รับการสนับสนุนจากองค์กรที่มีพันธกิจเรื่องการเข้าถึงยาทั้งองค์กรนานาชาติและระหว่างประเทศจำนวนมาก แต่กระนั้นก็ตามสหรัฐกลับใช้มาตรการค้ามาตอบโต้    มีข้อสังเกตว่าเอกอัครราชทูตของสหรัฐประจำประเทศไทย นายราล์ฟ บอยซ์ ได้พยามยามหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้าว่าการตอบโต้ดังกล่าว เป็นการตอบโต้ทางการค้ากับประเทศไทยในการดำเนินการใช้สิทธิต่อยาที่มีสิทธิบัตร 3 รายการ  แต่นายเจมส์ คารูโซ หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ของสถานฑูต ยังยืนยันว่าการใช้สิทธิของไทยขาดความโปร่งใสและไม่ถูกต้อง
 
ในประเทศเอเชีย ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่ถูกเลื่อนลำดับจาก WL เป็น PWL หากใช้ข้ออ้างอื่นแบบเดิมแล้ว ประเทศไทยก็ย่อมจะไม่ถูกจัดเป็น PWL   การดำเนินการเช่นนี้ จึงหวังผลการต่อรองที่จะให้มีการหยุดยั้ง และเลิกล้มการดำเนินการใช้สิทธิตามกฎหมายของประเทศไทยเป็นหลัก
 
ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งในเหตุผลการใช้มาตรการ PWL คือความพยายามรุกถึงข้อเรียกร้อง ทริปส์พลัส   ได้แก่ การอ้างว่าประเทศไทยไม่คุ้มครองข้อมูลยา (DATA EXCLUSIVITY) ตามมาตรฐานสหรัฐ   การไม่เชื่อมโยงระบบสิทธิบัตรกับการขึ้นทะเบียนยาสามัญ เพื่อป้องกันการจำหน่ายยาสามัญก่อนยาหมดอายุสิทธิบัตร ข้ออ้างเหล่านี้ล้วนเป็นการเตรียมการรุกคืบ เพื่อการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีไทย-สหรัฐ ในอนาคตทั้งสิ้น
 
จากการประมวลภาพรวมของการดำเนินการ มาตรการค้าของสหรัฐ จึงสามารถแสดงให้เห็นว่ายุทธศาสตร์การดำเนินการดังกล่าวเป็นยุทธศาสตร์ที่ขัดขวางการเข้าถึงยาของคนไทย เป็นมาตรการทางการค้าที่หวังบรรลุผลในการจำกัดโอกาสของประชาชนที่จะแสวงหาบริการสุขภาพที่ปกป้องคุณภาพชีวิตและการรอดชีวิต มาตรการเหล่านี้เป็นการทำลายความเชื่อถือของประเทศคู่ค้าด้วยกันโดยทำให้เข้าใจได้ว่า “การเคารพสิทธิตามกติกาการค้าสากลในระบบองค์กรการค้าโลก เป็นเพียงการตกลงแบบพิธีกรรมที่ไร้ผลทางปฏิบัติ” หากแต่อิทธิพลและอำนาจเศรษฐกิจที่เหนือกว่าเท่านั้นที่เป็นจุดชี้ขาดของการตกลงผลประโยชน์การค้าทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
 
มาตรการตอบโต้ทางการค้าโดยจัดประเทศไทยเป็นประเทศ PWL ครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนต่อสังคมไทยและประชากรโลก ที่จะต้องสร้างความร่วมมือกันอย่างแข็งขันที่จะพิทักษ์สิทธิของคนยากจน ผู้ป่วยที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากการเข้าไม่ถึงยาจำเป็น ที่จะต่อสู้กับยุทธศาสตร์การขยายความครอบคลุมการผูกขาดการเข้าถึงยาจำเป็นของประเทศสหรัฐอเมริกาที่แสดงออกผ่านยุทธวิธีต่างๆ รวมทั้งความร่วมมือของบรรษัทผลิตยาข้ามชาติที่เป็นองค์การธุรกิจที่ผลักดันให้รัฐบาลสหรัฐใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้าดังกล่าว
 
สังคมไทยควรเห็นคุณค่าของการดำเนินการของกระทรวงสาธารณสุขต่อการทำให้ประชากรไทยได้เข้าถึงยาจำเป็นต่อการใช้สิทธิต่อยาที่มีสิทธิบัตรและควรเรียกร้องจุดยืนของรัฐบาลไทยโดยรวมที่จะต้องแสดงจุดยืนปกป้องการส่งเสริมการเข้าถึงยาของคนไทย มากกว่าความหวาดกลัวต่อมาตรการข่มขู่ทางการค้าของประเทสหรัฐอเมริกา
 
    .
กลับหน้าแรก CL OPINION