 |
คำถาม
|
|
| |
การใช้สิทธิโดยรัฐต่อยาที่มีสิทธิบัตรมีผลกระทบต่อบริษัทยา และตลาดยาทั่วโลก อย่างไรบ้าง ? |
|
| |
|
|
| |
คำตอบ
|
|
| |
ตามปกติ ยาที่มีสิทธิบัตรจะมีราคาสูงมาก เพราะมีการผูกขาดการตลาด ผู้ใช้ยาจึงเป็นกลุ่มที่มีฐานะดีและชาวต่างประเทศที่มารับการรักษาพยาบาลในประเทศไทยเป็นหลัก ซึ่งมีปีละประมาณ 2 ล้านคน ซึ่งคนกลุ่มนี้คิดเป็นจำนวนประมาณร้อยละ 20 ของประเทศที่จะยังคงเป็นลูกค้าหรือตลาดของยาที่มีสิทธิบัตรต่อไป ดังนั้นบริษัทยาผู้ทรงสิทธิจึงไม่สูญเสียรายได้จากคนกลุ่มนี้ |
|
| |
|
|
| |
ส่วนคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีฐานะทางเศรษฐกิจไม่สูง และต้องพึ่งยาภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีอยู่ประมาณร้อยละ 80 ของประเทศ เมื่อรัฐไม่สามารถจัดหายาดังกล่าวมาให้บริการได้ บริษัทยาผู้ทรงสิทธิก็ไม่สามารถขายยาให้คนกลุ่มนี้ได้อยู่แล้ว แต่หลังจากที่มีการใช้สิทธิโดยรัฐเกิดขึ้น คนกลุ่มนี้จะมีโอกาสเข้าถึงยาที่มีสิทธิบัตร เป็นการเปิดตลาดใหม่ โดยรัฐเป็นผู้จ่ายเงินแทนประชาชน แต่ตลาดใหม่นี้ควรจะเป็นตลาดที่ไม่ผูกขาดและมีการแข่งขัน ทำให้ได้ยาที่มีคุณภาพเท่ากันในราคาที่ต่ำกว่ามาก และหากบริษัทยาผู้ทรงสิทธิบัตรจะลดราคายาของตนเพื่อเข้ามาแข่งขันในตลาดใหม่นี้ก็ย่อมทำได ้โดยที่ยังคงสามารถจำหน่ายยาที่มีสิทธิบัตรในราคาสูงในตลาดเดิมสำหรับผู้มีฐานะ |
|
| |
|
|
| |
นอกจากนี้ ตลาดยาในประเทศกำลังพัฒนามีมูลค่าไม่ถึงร้อยละ 10 ของมูลค่ายาที่ขายทั่วโลก และตลาดยาในประเทศไทยก็มีมูลค่ารวมกันไม่ถึงร้อยละ 0.5 ของตลาดยาทั่วโลก โดยเฉพาะยาที่มีสิทธิบัตรน่าจะมีมูลค่ารวมกันไม่ถึงร้อยละ 0.1 ด้วยซ้ำไป ผลกระทบต่อบริษัทยาและตลาดยาจึงมีน้อยมาก |
|
| |
|
|
| |
กลับหน้าแรก Q&A |
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|